
การออกแบบเมืองเพื่อสุขภาพ: กุญแจสำคัญในการลดโรค NCDs
“เมื่อพื้นที่สีเขียว มลพิษ และสุขภาพเชื่อมโยงกัน การออกแบบเมืองที่ดีคือยาป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพที่สุด”
รศ. ดร. ดารณี จารีมิตร
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases หรือ NCDs) อย่างโรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็ง ได้คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกมากกว่า 70% ในแต่ละปี หลายคนคิดว่าสาเหตุหลักของโรคดังกล่าวมาจากพันธุกรรมหรือพฤติกรรมส่วนบุคคล การวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่า สภาพแวดล้อมในเมืองที่เราอาศัยอยู่มีบทบาทสำคัญต่อความเสี่ยงของโรคเหล่านี้ การออกแบบเมืองที่ดีจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพของผู้คนในเมือง
พื้นที่สีเขียวในเมือง เช่น สวนสาธารณะ สวนหย่อม และพื้นที่ริมน้ำ คือ ยาที่ป้องกันการเกิดโรคของคนในเมือง การวิจัยพบว่าการอาศัยในรัศมี 300 เมตรจากสวนสาธารณะสามารถช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ถึง 16% และลดภาวะซึมเศร้า 25% พื้นที่สีเขียวในเมืองไม่เพียงส่งเสริมให้ผู้คนได้ออกกำลังกาย แต่ยังช่วยลดความเครียด กรองมลพิษทางอากาศ ลดอุณหภูมิในเมือง และเป็นสถานที่ที่ให้ผู้คนได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์ ส่งผลดีต่อทั้งสุขภาพกายและใจ การขาดแคลนพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้คนมีวิถีชีวิต "เนือยนิ่ง" ไม่ขยับร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคอ้วน เบาหวาน และโรคหัวใจ
มลพิษทางอากาศเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของโรค NCDs ความหนาแน่นของอาคารและความสูงของอาคารในเมืองมีความสัมพันธ์กับมลพิษทางอากาศที่เพิ่มขึ้น การอยู่อาศัยหรือพื้นที่ทำกิจกรรมของชุมชนอยู่ใกล้กับแหล่งมลพิษ เช่น ถนนสายใหญ่ โรงงานอุตสาหกรรม หรือบ่อขยะ การสัมผัสกับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ทั้งไนโตรเจนออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ และโอโซน จากไอเสียของรถยนต์และการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่ไม่สมบูรณ์ มีความสัมพันธ์กับโรคมะเร็งปอด โรคหัวใจและหลอดเลือด และเบาหวานชนิดที่ 2 ข้อเสนอแนะในการออกแบบเมืองที่สามารถลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ส่งเสริมการเดินเท้า และการปั่นจักรยาน นอกจากนี้ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อกรองมลพิษทางอากาศจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการลดมลพิษและป้องกันโรค NCDs ได้
สภาพแวดล้อมในเมืองที่ขาดพื้นที่พักผ่อน ไม่มีพื้นที่ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เช่น ตลาด พลาซ่า สนามกีฬา/เด็กเล่น สามารถกระตุ้นให้คนเกิดความเครียด มีความทุกข์ทางใจและเป็นโรคซึมเศร้า ชุมชนที่ขาดความเข้มแข็งเมื่อคนในชุมชนไม่มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาดูแลกันเองมีความเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพจิตของคนในชุมชนอีกด้วย ในทางตรงกันข้าม หากชุมชนมีการจัดการพื้นที่ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เช่น การเดิน และการปั่นจักรยาน มีสวนสาธารณะและศูนย์ชุมชนที่ดูแลเด็กเล็ก และผู้สูงวัยก็จะช่วยลดความเครียด ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในชุมชน และเสริมสร้างสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนได้ด้วย
แนวทางสำคัญในการออกแบบเมืองเพื่อลดโรค NCDs สามารถทำได้โดย
1. การส่งเสริมการใช้ที่ดินแบบผสมผสาน ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเข้าถึงสิ่งจำเป็น เช่น ร้านค้า โรงเรียน สวนสาธารณะ และสถานพยาบาล ได้อย่างสะดวกภายในระยะเดิน 15 นาที
การวิจัยพบว่าเมืองที่มีการใช้งานหลากหลายช่วยเพิ่มกิจกรรมทางกายและลดความเสี่ยงต่อโรคอ้วน เบาหวาน และความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ การวิจัยยังพบว่าการวางผังเมืองสามารถกำหนดการเข้าถึงแหล่งอาหารเพื่อสุขภาพ และลดพื้นที่ที่ส่งเสริมการบริโภคอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพได้ ชุมชนที่มีร้านอาหารจานด่วนและร้านสะดวกซื้อจำนวนมากเกินไป มักมีสัดส่วนคนที่เป็นโรคอ้วนและเบาหวานสูงกว่าชุมชนที่มีตลาดสด ร้านขายผักผลไม้ และซูเปอร์มาร์เก็ตที่จำหน่ายอาหารสดใหม่
2. เมืองควรมีโครงข่ายถนนที่เป็นมิตรกับคนเดินเท้า มีทางเท้าที่กว้าง มีร่มเงา มีเส้นทางจักรยานที่แยกจากถนน และทางข้ามที่ปลอดภัย ช่วยส่งเสริมการเดินทางของผู้คนที่ไม่ต้องพึ่งพารถยนต์ได้ถึง 40%
3. การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน ที่มีทางเดินที่ร่มรื่น และมีกิจกรรมหลากหลาย ช่วยดึงดูดให้ผู้คนเลือกใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัว
การออกแบบดังกล่าวสามารถช่วยให้คนใช้ระบบขนส่งสาธารณะและเลือกที่จะเดินมากกว่าคนใช้รถยนต์ส่วนตัวโดยเฉลี่ยวันละ 30 นาที
4. การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างในเมือง ฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม และพัฒนาศูนย์ย่อยของชุมชน มีกระจายตัวของพื้นที่กิจกรรมหรือศูนย์บริการต่างๆ ที่ครอบคลุม เพื่อลดระยะเวลาการเดินทาง ลดมลพิษ และเพิ่มการเข้าถึงการให้บริการต่างๆ ให้สะดวกมากขึ้น
การออกแบบเมืองสามารถลดภาระโรค NCDs ได้โดยการเพิ่มการเข้าถึงพื้นที่สีเขียว และพื้นที่สาธารณะ เพื่อลดความเครียดและส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พร้อมกับการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การสร้างเมืองสุขภาวะไม่ใช่งานของสถาปนิกหรือนักออกแบบเมืองเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งนักสาธารณสุข ผู้กำหนดนโยบาย และประชาชน ที่สำคัญคือต้องมีการบูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์และใช้หลักฐานเชิงประจักษ์เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ
References
Fazeli Dehkordi, Z. S., Khatami, S. M., & Ranjbar, E. (2022). The associations between urban form and major non-communicable diseases: A systematic review. J Urban Health, 99, 941–958. https://doi.org/10.1007/s11524-022-00652-4
Mahmood, H., Gul, S., Khan, A., Asif, J., Bibi, S., Pervaiz, F., Afzal, A., & Habib, M. F. (2024). Role of cities in NCD prevention and management: A qualitative research study among doctors. JHRR, 4(2). https://doi.org/10.61919/jhrr.v4i2.425
Follow Us & Learn More
Facebook: https://www.facebook.com/TAcWell
YouTube: https://www.youtube.com/@TAcWell
TikTok: https://www.tiktok.com/@tacwell
Email: info@tacwell.or.th
LINE OA: tacwell