ข่าวสารและกิจกรรม | News and Event
ข่าวสารและกิจกรรม
News and Event

กุญแจสำคัญจัดการฝุ่น PM2.5 ในเมือง
22 ก.พ. 2568

 

รศ.ดร. ดารณี จารีมิตร

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

กรรมการสมาคมคุณภาพอากาศ ภูมิอากาศ และสุขภาวะ (ประเทศไทย)

 

กุญแจสำคัญจัดการฝุ่น PM2.5 ในเมือง

 

     การระบายอากาศในเมืองและความเร็วลมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ส่งผลต่อการกระจายตัวของฝุ่น PM2.5 ในเมือง จากผลการศึกษาพบว่า ความเร็วลมมีอิทธิพลถึง 54.2% ในการลดระดับฝุ่น PM2.5 รองลงมาคือปริมาณการจราจร (27.7%) อุณหภูมิ (14.2%) และช่วงเวลา (7.6%) หากเราทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถวางแผนจัดการปัญหาฝุ่นในพื้นที่เมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

     ทิศทางลมมีความสำคัญในการกระจายมลพิษ ลมที่พัดขนานไปกับแนวถนนจะช่วยให้มลพิษกระจายตัวได้ดี แต่ถ้าลมพัดตั้งฉากกับถนน อาคารและแนวต้นไม้ริมถนนอาจทำหน้าที่เป็นแนวกำแพงกันลมทำให้เกิดการสะสมมลพิษได้ การออกแบบถนนและการจัดวางอาคารจึงควรคำนึงถึงทิศทางของกระแสลมหลักที่ไหลเวียนในพื้นที่

 

     ความเร็วลมที่เหมาะสมในการช่วยลดปริมาณฝุ่นและช่วยให้มลพิษกระจายตัวได้ดี ควรอยู่ระหว่าง 2-5 เมตรต่อวินาที เพราะหากความเร็วลมต่ำเกินไปจะทำให้ฝุ่นสะสม แต่ถ้าลมแรงเกินไปอาจทำให้ฝุ่นที่ตกอยู่ตามพื้นผิวต่างๆ ฟุ้งกระจายกลับขึ้นมาในอากาศ

 

     นอกจากนี้ ปริมาณการจราจรมีผลต่อระดับความเข้มข้นของฝุ่น PM2.5 ถึง 27.7% การจัดการการจราจรและการวางผังเมืองจึงมีความสำคัญ การจัดการแนวต้นไม้ริมถนนเปิดโล่งสามารถช่วยลดมลพิษจากการจราจรได้ งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า การสร้างแนวกันชนด้วยต้นไม้ระหว่างถนนกับพื้นที่ข้างเคียงสามารถลดความเข้มข้นของมลพิษได้ถึง 15-60% โดยประสิทธิภาพของแนวการปลูกต้นไม้ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพุ่มใบและขนาดทางกายภาพ อย่างไรก็ตาม ต้องระวังการสะสมของมลพิษที่เกิดขึ้นบริเวณด้านรับลมของแนวต้นไม้ที่ทำตัวเป็นแนวกำแพงกันฝุ่น

 

     การออกแบบแนวต้นไม้ริมถนนเพื่อกรองฝุ่นอย่างมีประสิทธิภาพควรพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน การจัดวางแนวการปลูกต้นไม้ควรมีหลายชั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นในแต่ระดับ เช่น การป้องกันฝุ่นจากการจราจร แนวกันฝุ่นสำหรับคนเดินเท้า และผู้อยู่อาศัยในอาคารริมถนน การออกแบบต้องคำนึงถึงช่องว่างระหว่างต้นไม้และอาคารที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดการไหลเวียนของอากาศในพื้นที่  และต้องออกแบบให้สอดคล้องกับทิศทางลมหลักในพื้นที่ การเลือกพันธุ์ไม้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและทนต่อมลพิษ ต้นไม้บางต้นมีละอองเกสรที่อาจส่งผลให้เกิดภูมิแพ้ต่อคนเดินเท้าได้เช่นกัน

 

     ในถนนที่มีอาคารสูงสองข้างทาง การปลูกต้นไม้ไม่ได้ช่วยลดฝุ่นเสมอไป หากแต่เป็นสิ่งกีดขวางทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นได้ เนื่องจากการปลูกต้นไม้ที่หนาแน่นเกินไปอาจทำให้ลมพัดผ่านได้ยาก ดังนั้นในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศจำกัด แนวทางการปลูกต้นไม้ควรเป็นไม้พุ่มเตี้ยและไม้คลุมดิน แนวพุ่มไม้หรือรั้วต้นไม้นี้จะช่วยให้การกระจายมลพิษลอยสูงขึ้น ป้องกันการแพร่กระจายด้านข้างมายังพื้นที่คนเดินเท้า

 

     อุณหภูมิมีผลต่อฝุ่น PM2.5 ถึง 14.2% ดังนั้นการจัดการความร้อนภายในเมืองจึงเป็นปัจจัยสำคัญ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวนอกจากจะช่วยกรองฝุ่นแล้ว ยังช่วยลดอุณหภูมิในเมืองได้อีกด้วย การออกแบบเมืองที่ดีจึงต้องคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ร่วมกัน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการระบายอากาศที่ดี